Queen chysalis หรือ ราชินีคริสซาลิส เป็นตัวร้ายที่ร้ายตลอดกาลในซีรี่ย์ เธอเป็นผู้นำเหล่ากองทัพเชนจ์ลิ่ง โดยเชนจ์ลิ่งนับถือเธอเป็นแม่และราชินีกันเลยทีเดียว ทั้งนี้เพราะว่าเธอเป็นเชนจ์ลิ่งตัวเดียวที่ตัวใหญ่ที่สุด และมีความฉลาดที่สุดใน

กลุ่มเชนจ์ลิ่ง มีความสามารถในการปลอมตัวเป็นใครก็ได้เหมือนกับกองทัพของเธอ มีอายุราว 1000 ปี ตอนที่ยังกำเนิดมาใหม่ๆ เธอและกองทัพยังไม่มีรูตามร่างกาย เป้าหมายของเธอคือ เมื่อมีความรักและความปรองดองอยู่ที่ไหน เธอจะไปโจมตีและไปดูดกลืนความรักยังที่นั่น

เธอเป็นตัวร้ายหลักๆในตอน the canterlot wedding part 1 and 2 , to where and back again part 1 and 2 , the mean 6 ,และ  the ending of the end part 1 and 2 รวมทั้งในคอมมิค เล่ม 1-4 และ FIENDship is magic เล่ม 5

ประวัติและเรื่องราว[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

1000 ปีที่แล้ว[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

คอมมิค FIENDship is magic เล่ม 5[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

มีต้นไม้ต้นหนึ่งออกผลลูกโอ๊กเน่าออกมา และก็ตกลงไปในหลุมข้างๆ ที่อยู่ใกล้สุสาน โดยหลุมนั้นเชื่อมต่อกับถ้ำที่มีบ่อน้ำประหลาดสีเขียว หลังจากตกไป ลูกโอ๊กเน่าก็ค่อยๆโต กลายเป็นต้นไม้กินเนื้ออันน่ากลัวและได้กินแมลงที่อยู่แถวๆนั้นกับซากกระดูกของสิ่งมีชีวิตที่เคยมาพบจุดจบกับที่นี่ ทั้งนี้แมลงและกระดูกที่กินไปนั้นทำให้หลอมรวมกลายเป็นสิ่งมีชีวิตภายในต้นไม้ที่รอคอยการถูกปลดปล่อย ต่อมา starswirl the beard เดินเข้ามาสำรวจภายในถ้ำ และถูกแมลงในถ้ำนั้นกัด starswirl รู้สึกว่าถ้ำนี้

โอ๊กกลายพันธุ์

อันตรายเพราะมีแต่แมลงกัดเจ็บ เขาจึงทำป้ายเตือนว่าอย่าเข้าไป แต่หารู้ไม่ว่าที่ๆเขาปักป้ายนั้นเป็นต้นไม้กินเนิ้อหรือลูกโอ๊กเน่ากลายพันธุ์นั่นเอง การปักป้ายนั้นทำให้เกิดรอยแตกในต้นไม้ หลัง starswirl เดินออกไป รอยแตกก็เริ่มแตกขึ้นจนสิ่งมีชีวิตในนั้นถูกปลดปล่อยออกมาได้ก็คือ ราชินีคริสซาลิสและกองทัพเชนจ์ลิง 

สถานที่ๆแรกที่เชนจ์ลิ่งไปบุกนั้นคือ ทิมบัคคุ เป็นเมืองเปกาซัสปกครองโดยกษัตริย์โอไรออน ทันทีที่มาถึงก็ได้ดูดกินความรักจากโพนี่ทุกตัวในเมือง โชคร้ายที่กษัตริย์โอไรออนไม่สามารถปกป้องบ้านเมืองของเขาได้ ต้องพ่ายแพ้ให้กับเหล่าเชนจ์ลิ่ง และเมืองแห่งนั้นก็ได้ล่มสลายไปในที่สุดยังไม่พอ ราชินีคริสซาลิสและฝูงเชนจ์ลิ่งได้ไปบุกอีกเมืองหนึ่งที่มีนามว่า ทรอท พวก

คริสซาลิสที่กำลังถล่มเมืงทรอท

มันได้หลอกล่อให้ได้เข้าเมือง โดยการซ่อนในหุ่นไม้จักรพรรดิอินซิเททัสขนาดยักษ์ ที่กำลังขนส่งเข้าเมืองทรอท ทันทีที่หุ่นจักรพรรดิเข้าประตูเมือง ราชินีคริสซาลิสและกองทัพเชนจ์ลิ่งก็ได้ออกมาจากตัวรูปปั้นและดูดกินความรักจากโพนี่ทุกตัวโชคดีที่จักรพรรดิอินซิเททัสเรียก องค์หญิงเซเลสเทียและองค์หญิงลูนาได้ทัน องค์หญิงเซเลสเทียได้ใช้พลังเนรเทศเหล่าเชนจ์ลิ่งไปยังภูเขาไฟที่ร้อนดั่งนรก พลังที่แข็งแกร่งขององค์หญิงเซเลสเทียทำให้เหล่าเชนจ์ลิ่งทั้งหมดมีรูตามร่างกายและปีก

100 ปีต่อมา ในภูเขาไฟที่ร้อนดั่งนรก ราชินีคริสซาลิสและฝูงเชนจ์ลิงอยู่อย่างทรมาน แต่วันหนึ่งมีมังกรนามว่า เซอจิโอ ได้เปิดปล่องภูเขาไฟ เพื่อที่จะเข้ามาพักผ่อนในภูเขาไฟลูกนี้ คริสซาลิสคิดแผนบางอย่างออก เธอหลอกให้เซอจิโอบินและโชว์ปีกของตัวเอง ทันทีที่เซอจิโอบ้าจี้ตาม คริสซาลิสและฝูงเชนจ์ลิงได้บินทะลุปีกของเซอจิโอไป  ทำให้เขากลายเป็นมังกรที่มีปีกเป็นรู ส่วนเหล่าเชนจ์ลิงก็ได้ไปตั้งฐานทัพใหม่ในบริเวณทางใต้

900 ปีต่อมา[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

SS2 EP 25,26 the canterlot wedding[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

ราชินีคริสซาลิส ได้รู้ว่า แคนเดสต์พี่เลี้ยงของทไวไลท์ สปาคเกิล กำลังจะแต่งงานและคิดว่าจะต้องมีความรักอย่างมหาศาลให้ดูดกินบวกกับมีพลังประจำตัวเป็นความรัก จึงจับตัวแคนเดสต์ไปขังไว้ในคุกใต้ดิน และปลอมตัวเป็นเธอแทน แผนเป็นไปได้สวยไม่มีใครรู้สึกผิดปกติ เมื่อเหล่า mane 6 มาถึงแคนเทอลอท ตัวทไวไลท์เองที่รู้จักแคนเดสต์เป็นอย่างดีก็รู้สึกผิด

คริสซาลิสในร่างแคนเดสต์

ปกติกับพฤติกรรมของพี่เลี้ยงเธอ ทั้งลืมเพลงประจำตัวในวัยเด็ก ทิ้งอาหารที่แอปเปิลแจคตั้งใจทำ เรื่องมาก ไม่พอใจกับชุดที่ แรริตี้ ออกแบบมาอย่างสวยงาม ทำร้ายจิตใจ พิ้งกี้ ตอนเย็นคริสซาลิสในร่างแคนเดสต์ได้ทะเลาะกับ ไชน์นิ่ง อาร์มเมอร์ พี่ชายของทไวไลท์เรื่องชุดที่ใส่แต่งงาน คริสซาลิสที่ทนไม่ไหวได้ร่ายคาถาสะกดจิตใส่ไชน์นิ่ง อาร์มเมอร์ ให้เชื่อฟังคำสั่งทุกอย่างที่เธอบอก แต่หารู้ไม่ว่า ทไวไลท์กำลังแอบดูอยู่และเตรียมจะไปบอกความจริง วันต่อมาในช่วงวิวาห์ตอนที่ไชน์นิ่งและแคนเดสต์กำลังจะแต่งงาน ทันใดนั้นทไวไลท์ก็ปรากฎตัวออกมาและบอกความจริงทุกอย่าง แต่กลับตาลปัตรกลายเป็น watch twilight die inside เพราะดันไม่มีใครเชื่อ และโพนี่ทุกตัวก็ออกจากงานด้วยความโมโห ทไวไลท์ที่ยังอยู่ในห้องก็โดนคริสซาลิสในร่างแคนเดสต์วาร์ปไปยังคุกใต้ดิน คริสซาลิสได้เล่นจิตวิทยากับทไวไลท์อย่างสนุกสนาน

คริสซษลิสที่เปิดเผยตัวตน

เมื่อเล่นเสร็จก็ได้กลับไปยังงานวิวาห์ที่กำลังเตรียมใหม่ ทไวท์ไลท์ที่ได้พบกับแคนเดสต์ตัวจริงก็ได้ไปบุกยังงาน ทุกตัวอึ้งกับสิ่งนี้ ในที่สุดคริสซาลิสก็เปิดเผยตัวตนพร้อมสั่งให้ฝูงเชนจ์ลิ่งไปโจมตีแคนเทอลอททั้งเมือง แต่ไชน์นิ่ง อาร์เมอร์กับแคนเดสต์ที่ฟื้นสติมาได้ จึงทำการสร้างพลังแห่งความรักจากเวทย์มนตร์ของแคนเดสต์ พลังนี้ทำให้ฝูงเชนจ์ลิ่งทั้งหมดนั้นกระเด็นไปยังอาณาจักรแมว

คอมมิคหลักเล่มที่ 1ถึง 4[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

หลังจากที่ฝูงเชนจ์ลิ่งกระเด็นมายังอาณาจักรแมว คริสซาลิสและเชนจ์ลิงได้ทำการดูดกลืนความรักจากแมวเพื่อฟื้นฟูพลัง และได้กลับไปยังฐานทัพของตนเองเพื่อรอคอยวันแก้แค้น หลายเดือนต่อมา

ชาวเมืองโพนี่วิลล์ที่โดนจับตัวมา

เหล่าเชนจ์ลิ่งทำการลักพาตัวและปลอมตัวเป็นชาวเมืองโพนี่วิลล์ ยกเว้นเหล่า mane 6 เหล่า mane 6 ได้ช่วยเหลือชาวเมืองโพนี่วิลล์ได้และกำจัดฝูงเชนจ์ลิ่ง ยกเว้น แอปเปิลบลูม,สวีทตี้เบลล์และสกูตาลู ที่ถูกราชินีคริสซาลิส จับตัวมาที่ปราสาทเชนจ์ลิ่ง คริสซาลิสได้ให้เวลาแก่ mane 6 3 วัน ระหว่างที่คริสซาลิสกำลังสนุกกับการรอ ก็ถูกพวกเด็กทั้ง 3 รังควาน พูดมาก แถมกวน ด้วยความโมโหเธอจึงได้ส่งลูกสมุนไปปลอมตัวเป็นหนึ่งใน mane 6 ขณะที่กำลังเดินทางภายในถ้ำ เพื่อสร้างความแตกแยกแก่ mane 6 ซึ่งผลก็สำเร็จโพนี่ทั้ง 6 ได้แตกแยกกันเหลือเป็นคู่ คริสซาลิสภูมิใจกับสิ่งนี้ แต่ก็ยังถูกพวกเด็กๆรังควานอยู่ดี ราชินีคริสซาลิสได้ขู่พวกเด็กๆโดยการดูดกินพลังความรักจากแมวที่เอามาจากอาณาจักรแมว พร้อมยังบอกว่า เธอไม่สนว่าพวก mane 6 จะกลับมาเป็นเพื่อนอีกหรือไม่ แต่ที่สนอย่างเดียว

ปราสาทเชนจ์ลิ่ง

คือการได้แก้แค้นทไวไลท์ และกลับมาทำลายแคนเทอลอท ตัดมาฝั่ง mane 6 ที่แยกทางแล้วเจอกันโดยบังเอิญ ก็รู้สึกผิดเลยขอโทษกันและกัน เมื่อ mane 6 มาถึง ปราสาทเชนจ์ลิ่ง คริสซาลิสก็ได้เรื่มเกมจิตวิทยา หลังจากที่ทไวไลท์และเพื่อนๆ ผ่านเกมเสร็จ ก็ได้เผชิญหน้ากับคริสซาลิส คริสซาลิสได้ทำการดูดเวทย์มนตร์ของทไวไลท์เพื่อเป็นการแก้แค้น แต่เวทย์มนตร์ของทไวไลท์แข็งแกร่งกว่ามากเธอจึงไม่สามารถดูดได้ เธอจึงเปลี่ยนเป็นข้อเสนอว่าจะยอมเป็นลูกน้องของเธอหรือไม่และถ้าไม่เพื่อนของทไวไลท์จะต้องถูกกำจัด ทไวไลท์ที่ไม่มีทางเลือกจึงยอมรับข้อเสนอพร้อมเสียงห้ามของเพื่อนๆ คริสซา- ลิสดีใจอย่างมาก แต่ทันใดนั้นเอง ดาวหางซีเครทาเรียท (secretrariet comet เป็นดาวหางที่ทำให้สิ่งมีชีวิตบางตัวในเอเควสเทรียทรงพลังมากขึ้นกว่าเดิม

ทไวไลท์ที่ได้รับผลกระทบจากดาวหาง

1000 ปีมาหนึ่งครั้ง) ก็ได้โผล่มา และทไวท์ไลท์ก็ได้รับผลกระทบด้วยทำให้เธอมีพลังอย่างมหาศาลและได้จัดการคริสซาลิสอย่างราบคาบ พร้อมได้ขังเธอและเหล่าเชนจ์ลิ่งในปราสาทของเธอเองพร้อมกับสั่งให้มีการควบคุมเป็นอย่างดี    

FIENDship is magic เล่ม 5[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

ปีต่อมา ทไวไลท์และเพื่อนๆมายังปราสาทเชนจ์ลิ่งอีกครั้งที่คราวนี้มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อมาตรวจสอบว่าคริสซาลิสยังอยู่ดีหรือไม่ ปรากฎว่าคริสซาลิสนั้นเก็บตัวอยู่ในมุมห้องและรอบๆก็มีแต่ตัวอักษรที่มีแต่เขียนถึงความเคียดแค้นทไวไลท์เป็นจำนวนมาก ทไวไลท์ที่รู้สึกท่าไม่ดี เลยมาลองคุยกับเธอดู เธอก็บอกว่าอย่ามายุ่ง ทไวไลท์ที่ตอนนั้นมีต่อมความขี้สงสัยอยู่มาก เลยเกลี้ยกล่อมและลองถามถึงประวัติ (คือประวัติที่เขียนไว้ตอนต้น) คริสซาลิสก็ยอมบอกมาแต่โดยดี เมื่อมาถึงเรื่องต้นกำเนิดคริสซาลิสก็คิดแผนออก เลยหลอกทไวไลท์ว่าถ้าอยากฟังให้เข้ามาในปราสาท ทไวไล์ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็หลงเชื่อและพบว่านั่นคือกับดัก คริสซาลิสก็บอกต้นกำเนิดของเธอให้ พอเล่าเสร็จ ก็ได้บินทะลุออกประตูปราสาทพร้อมนำฝูงเชนจ์ลิ่งทั้งหมดไปตั้งฐานทัพใหม่ทางตะวันออก

การแก้แค้น[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

SS6 EP 25,26 to where and back again[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

ปีต่อมา คริสซาลิสได้ลักพาตัว mane 6,องค์หญิงเซเลสเทียและลูน่า,องค์หญิงแคนเดสต์,ไชน์นิ่ง อาร์มเมอร์ และเฟลอรี่ ฮาร์ทได้สำเร็จ สาเหตุที่ต้องลักพาตัวพวกนั้นก็เพราะว่าเป็นโพนี่ที่ทุกตัวรักที่สุดในเอเควสเทรีย องค์หญิงลูน่าที่ยังสามารถ

รังเชนจ์ลิ่ง

เข้ามาในฝันได้ ได้มาเตือนสตาไลท์ในฝันว่าพวกมันกลับมาแล้ว สตาไลท์ที่พึ่งตื่น ได้ไปปลุกทริกซี่ และมีทอแรกซ์มาพูดคุยด้วย(ทอแรกซ์นั้นเป็นเชนจ์ลิ่งตัวเดียวที่คิดว่าควรแบ่งปันความรักไม่ใช่ดูดมัน)ระหว่างทะเลาะกันอยู่ดิสคอร์ดก็มาร่วมแจมด้วย พอสตาไลท์พูดว่าพวกเชนจ์ลิ่งได้จับตัวพวกองค์หญิง และ mane 6 รวมถึงฟลัทเทอร์ชาย ดิสคอร์ดที่มีความห่วงใยฟลัทเทอร์ชายมากได้พาทั้งหมดเทเลพอร์ตไปยัง รังเชนจ์ลิ่ง และพบว่าภายในนั้นไม่สามารถใช้เวทย์มนตร์ได้ แถมรังของพวกมันยังมีรูที่เปลี่ยนรูปร่างได้ ทำให้แทบจำทางไม่ได้ มีแค่เชนจ์ลิ่งเท่านั้นที่รู้ทางเท่านั้น ทั้ง 4 ได้หลอกล่อเชนจ์ลิ่งเพื่อไปยังห้องบัลลังค์จนเหลือแค่ 2 ตัว คือ สตาไลท์และทอแรกซ์ ทอแรกซ์และสตาไลท์ถูกจับได้ สตาไลท์พยายามเกลี้ยกล่อม คริสซาลิส ว่าสิ่งที่ทอแรกซ์ทำมันถูกต้อง คริสซาลิสยังบอกอีกด้วยว่า เชนจ์ลิ่งนั้นหิวโหยความรักตลอดเวลา กินเท่าไหนก็ไม่อิ่ม คริสซาลิสไม่ฟังคำเทศนาของสตาไลท์ และพยายามดูดกินความรักจากทอแรกซ์ สตาไลท์บอกทอแรกซ์ว่าให้แบ่งปันความรักไปเลย ให้เธอรู้ว่านายมีความ

คริสซาลิสที่ปฏิเสธคำขอของสตาไลท์

รักมากขนาดไหน ทอแรกซ์จึงได้ปล่อยพลังความรักใส่คริสซาลิส และกลายร่างเป็นเชนจ์ลิ่งที่ไม่น่าเกลียด น่ากลัว เชนจ์ลิ่งตัวอื่นๆที่เห็นดังนั้น จึงทำตาม และกลายร่างแบบเดียวกับทอแรกซ์ ทำให้รังเชนจ์ลิ่งเปลี่ยนสภาพกลายเป็นอาณาจักรเชนจ์ลิ่งที่ความสดใส คริสซาลิสที่ตอนนี้ไม่เหลือลูกสมุนแล้วถูกสตาไลท์ถามว่าจะยอมแบ่งปันความรักไหม คริสซาลิสปฏิเสธอย่างเคียดแค้น และได้หนีไปใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ส่วนทอแรกซ์กลายเป็นผู้นำฝูงเชนจ์ลิ่งตัวใหม่ 

โดดเดี่ยว[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

SS8 EP 13 the mean 6[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

ปีต่อมา คริสซาลิสที่มีแต่ความโกรธแค้นได้ปลอมตัวเป็นนักถ่ายรูปเพื่อไปถ่าย เหล่า mane 6 และเก็บเส้นผมมา เมื่อเสร็จเรียบร้อยเธอได้ทำคาถาเสกพวก mane 6 แต่เป็นแบบตรงกันข้ามคือ นิสัยเลว (โดยจะขอเรียกเป็น mean 6 แล้วกัน) เธอได้บอกพวก mean 6 ว่าให้ไปทำลายมิตรภาพของ mane 6 เพื่อที่จะทำให้แตกแยกกัน และเมื่อแตกแยกกันก็จะไม่สามารถกอบกู้เอเควสเทรียอีกได้ ซึ่งตอนแรกพวก mean 6 แทบไม่ฟังคำสั่งเลย คอยแต่กวน จึงถูกคริสซาลิสตะคอกใส่ด้วยนัำ

คริสซษลิสที่กำลังทะเลาะกับ mane 6 ตัวปลอม

เสียงโมโห ทไวไลท์แบบนิสัยเลวได้วางแผนกำจัดคริสซาลิสโดยการใช้ธาตุแห่งความปรองดองที่อยู่ในพฤกษาแห่งความปรองดอง ขณะเดียวกันพวกที่เหลือได้ไปทำลายมิตรภาพของ mane 6 ทำให้พวกตัวจริงทะเลาะกันเอง เมื่อป่วนตัวจริงเสร็จแล้ว ทไวไลท์แบบนิสัยเลวได้นำพวกที่เหลือและคริสซาลิสไปยังพฤกษาแห่งความปรองดอง และทำตัวเลวต่อหน้าพฤกษา ซึ่งทำให้ตัวธาตุรู้ว่านี่ไม่ใช่ตัวจริง คริสซาลิสที่รู้ตัวแล้วว่าถูกหักหลังอีกครั้งจึงห้ามเหล่า mean 6 แต่… ธาตุนั้นได้จับตัว mean 6 และเปลี่ยนให้กลายเป็นไม้ดังเดิม คริสซาลิสที่มีความรู้สึกว่าถูกพวกตัวเองหักหลังอีกครั้งได้บินหนีไป ส่วน mane 6 ตัวจริง ก็กลับมาให้อภัยกันและคืนดีกัน

จุดจบ[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

SS9[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

คริสซาลิสที่เจอกับทิเรคและโคซี่โกลวครั้งแรก

ราชินีคริสซาลิสถูกโกรกราพามาที่ฐานพร้อมได้พบกับ ทิเรคและโคซี่โกลว โกรกราได้บอกให้พวกเขาร่วมมือกันถล่มเอเควสเทรีย คริสซาลิสที่ไม่ชอบมีเพื่อนก็ไม่ยอมทำงานร่วมกัน จนโกรกราได้พูดถึงกระดิ่งบีวิทชิ่ง(กระดิ่งอันนี้เป็นกระดิ่งที่ให้พลังอันแข็งแกร่งอย่างมากแก่ผู้ใช้ถ้าใช้ในทางที่ผิดอาจนำมาสู่หายนะได้)ทั้ง 3 จึงต้องจำใจยอมทำงานร่วมกันเพื่อไปเอากระดิ่งมา ซึ่งอยู่ที่ภูเขาเอฟเวอร์ภฮฟที่อยู่เหนือสุดของเอเควสเทรีย วันหนึ่งทั้ง 3 ได้แอบโกรกราไปยังภูเขาเฟเวอร์ฮูฟ และหยิบมาได้สำเร็จ ความสัมพันธ์ของทั้ง 3 เริ่มเข้ากันดีขึ้น ในวัน summer sun celebration คริสซาลิสได้ทำหน้าที่ไปขโมยหนังสือกระดิ่งบีวิทชิ่งในห้องสมุดแคนเทอลอท และเธอก็ทำสำเร็จ ต่อมาถึงวันที่ทไวไลท์ที่จะต้องขึ้นครองราชย์ ทั้ง 3 วายร้ายได้ใช้พลังจากกระดิ่งบีวิทชิ่งทำให้ทรงพลังมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า และกำจัดโกรกราซึ่งทำให้รู้ว่าเป็นดิสคอร์ดที่ปลอมตัวมา คริสซาลิสได้ทำการใส่ร้ายป้ายสีโพนี่ชนิดต่างๆ จนโพนี่ทั้ง 3 ชนิดแตกแยกกันและทำให้ วินดิโก กลับมา คริสซาลิสได้ไปหาสตาไลท์ และสู้กันอย่างดุเดือด ในที่สุดตัวร้ายเป็นฝ่ายชนะ ตอนแรก ตัวร้ายทั้ง 3 ใกล้จะทำลายเอเควสเทรียและ mane 6 ได้แล้ว แต่พวก student 6 ได้รวมตัวสิ่งมีชีวิตทั่วทั้งเอเควสเทรีย มาสู้กับทั้ง 3 เป็นไปตามคาดธรรมมะย่อมชนะอธรรม พลังของกระดิ่งบีวิทชิ่งถูกลบล้างออกจากทั้ง 3 ด้วยพลังแห่งมิตรภาพ และทำให้กลายเป็นไอง่อยที่ไม่มีพลัง องค์หญิงเซเลสเทียและลูน่าได้ทำการลงโทษขั้นสูงสุดคือ เปลี่ยนให้กลายเป็นรูปปั้นไปตลอดกาล รวมถึงราชินีคริสซาลิส จบตำนานแห่งราชินีเชนจ์ลิ่ง

คริสซาลิส โคซี่โกลว และทิเรค ที่ถูกลงโทษให้เป็นรูปปั้น

นิสัยโดยส่วนตัว[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

ราชินีคริสซาลิสนั้นเป็นเชนจ์ลิ่งที่มีนิสัยขี้อุบาย,ดุ,โหดร้ายและมีความโมโหแบบเคียดแค้น ให้ฝูงเชนจ์ลิ่งดูดกินความรักให้หมด ถึงแม้จะเป็นการทำให้เมืองนั้นต้องล่มสลายเช่นเดียวกับ ทิมบัคคุ และมีแผนที่จะยึดครองเอเควสเทรีย เป็นเชนจ์ลิ่งที่มีความฉลาดหลักแหลมที่สุด

นอกจากนี้เธอยังมีนิสัยชอบเห็นความกลัว ความเศร้า ของโพนี่เป็นเรื่องสนุก ดั่งที่เห็นในตอนthe canterlot wedding ในฉากที่ทไวไลท์ติดอยู่ในคุกใต้ดิน เธอเห็นความเศร้าโศกเสียใจของทไวไลท์เป็นเรื่องสนุก โดยการเล่นจิตวิทยากับเธอจนทำให้ทไวไลท์เกือบทำร้ายแคนเดสต์ตัวจริงเพราะความเข้าใจผิด  เธอยังคิดว่าผู้ที่ทำต่างกับเธอ คือคนทรยศ เช่นทอแรกซ์ เพราะเธอนั้นไม่เคยยอมรับฝังความคิดของผู้อื่น คิดว่าสิ่งที่ทำมันถูกต้อง แถมยังไม่อยากมีเพื่อนอีกด้วย (แหม ถ้ารับฟังสตาไลท์เนี่ย คงกลับตัวกลับใจได้และไม่คงต้องกลายเป็นรูปปั้นหรอก)

พลังและความสามารถ[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

เหมือนกับเชนจ์ลิ่งตัวอื่นๆ คือสามารถแปลงกายเป็นใครก็ได้  แต่ที่ต่างคือเมื่อจับตัวสิ่งมีชีวิตมาได้ ก็จะสร้างรังเมือกสีเขียวใสที่มี

รังเมือกสีเขียวใส

ลักษณะคล้ายไข่แมลงวัน  และนำสิ่งมีชีวิตตัวนั้นยัดใส่รังเหมือนสตาฟไว้ไม่สามารถออกมาได้ เพื่อเวลาปลอมตัว สิ่งมีชีวิตตัวอื่นก็จะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นตัวจริง พลังอีกอย่างคือสามารถเทเลพอร์ทคนอื่นได้แต่พลังนี้เราเห็นแค่ครั้งเดียว คือในตอน The canterlot wedding เป็นฉากที่ทไวไลท์ถูกคริสซาลิสเทเลพอร์ทไปยังคุกใต้ดิน

การออกแบบและดีไซน์[แก้ไข | แก้ไขต้นฉบับ]

เมแกน แมคคาทที ผู้อำนวยการผลิต,รอบ เรนเซตติ ผู้ดูแลเนื้อเรื่อง และลอเรน ฟอส ผู้สร้าง ได้คิดตัวละครนี้มา โดยตอนแรกได้ตั้งชื่อเล่นๆว่า queen of the changelings หรือราชินีแห่งเชนจ์ลิ่ง

ส่วนการออกแบบนั้นคริสซาลิสและเชนจ์ลิ่งตัวอื่นๆนั้นเป็นหน้าที่ของ เรเบคกา ดาร์ท หนึ่งในทีมงาน ดาร์ทบอกว่าเธอได้รับ

ภาพดีไซน์คริสซาลิสของ เรเบคกา ดาร์ท

แรงบันดาลใจการออกแบบมาจากลักษณะการมังงะของ จังโกะ มิซูโน่ และ ฮิเดชิ ฮิโน่ และพอได้ยินคำว่าเชนจ์ลิ่งเป็นครั้งแรก เธอดันคิดถึงเป็นแบบแมลง เพราะฉะนั้นตัวเชนจ์ลิ่งจึงมีลักษณะคล้ายๆแมลงนั่นเอง

ส่วนเสียงพากย์(อังกฤษ)พากย์โดย แคทลีน บาร์ ซึ่งเป็นคนพากย์เดียวกันกับ ทริกซี่

Community content is available under CC-BY-SA unless otherwise noted.