My Little Pony : Friendship is Magic Wiki
Advertisement

แดริ่ง ดู มีชื่อเต็มว่า แดริ่ง ดู แดสเซิล และมีชื่อในคราบนักเขียนว่า เอ เค เยียร์ริ่ง เป็นนักสำรวจที่ชอบออกผจญภัยในแถบทางใต้ของเอเควสเทรีย ที่ที่เป็นป่าทืบส่วนใหญ่และมีปริศนาเกี่ยวกัยอารยธรรมโบราณมากมาย โดยหลังจากออกผจญภัยเสร็จก็จะปลอมตัวเป็นเป็นนักเขียนเพื่อไปเขียนนิยายที่เอาเรื่องราวมาจากการผจญภัยจริงๆ พร้อมใช้ตัวละครเป็นตัวของ

เธอจริงๆในคราบนักสำรวจ และก็ได้เขียนมาหลายเล่มจนเป็นซีรี่ย์กันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเป็นเพื่อนกับเรนโบว์แดช ผู้ที่เป็น FC พันธุ์แท้ในเวลาเดียวกัน และก็ยังมีคู่ปรับคือ ดร. โคโบเรลอน อีกด้วย เธอปรากฎตัวค่อนข้างน้อยในซีรี่ย์

เนื้อหา

ประวัติและเรื่องราว

วัยเด็ก

ยังไม่มีข้อมูลจากทาง official ว่า แดริ่งดูในวัยเด็กนั้นมีชีวิตเป็นอย่างไร อาศัยอยู่ที่ไหน พ่อแม่คือใคร แต่ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า แดริ่ง ก็เหมือนกับโพนี่ธรรมดาตัวอื่นทั่วไปแต่สิ่งที่ต่างกันคือ ชอบการผจญภัยมาตั้งแต่วัยเด็ก และก็ได้รับคิ้วตี้มาร์คเป็นเข็มทิศซึ่งสื่อถึงการได้ผจญภัยทั่วเอเควสเทรีย แดริ่งอาจจะออกผจญภัยตลอดตั้งแต่เด็กจนโต

หางาน

เธอได้เข้ามหาวิทยาลัยพรานซีตอนและจบปริญญาตรีสาขาวรรณคดี หลังจากจบแล้วก็ไปฝึกงานเป็นนักวิจัยในหอจดหมายแห่งชาติแห่งสิ่งประดิษฐ์และสินธพวิทยาในแคนเทอลอท ทำงานไปทำงานมาก็เบื่อไปหางานใหม่ เธอได้พบไอเดียในการหางาน เธอรู้ว่าตัวเองชอบเขียนและชอบผจญภัย เธอจึงรวมสองอย่างนี้ซะเลย นั่นก็คือการเขียนเรื่องราวหรือนิยายนั่นแหละ โดยใช้ตัวเนื้อเรื่องจริงจากการผจญภัยของเธอมาเขียน

และก่อนถึงเวลาจัดจำหน่ายกับให้เครดิตชื่อนักเขียน เธอได้สร้างอีกตัวตนหนึ่งขึ้นมาในคราบของนักเขียนแว่นที่อาศัยอยู่ที่ไหนไม่รู้ พร้อมให้ชื่อว่า A.K. yearling (เอเค เยียร์ลิ่ง) หลังการจัดจำหน่ายนั้นปรากฎว่าหนังสือขายดีมาก กอบโกยรายได้จำนวนมากมาย และได้กลายเป็นหนังสือที่อยู่เกือบทั่วบ้านทั่วเมือง  เป็นอย่างนั้นแล้วเธอจึงได้เขียนเรื่องต่อไปหลายเล่มและในเวลาเดียวกันก็ต้องออกไปผจญภัยเพื่อสร้างเนื้อเรื่องด้วย ถึงแม้บางครั้งนั้นก็ออกทะเลในตัวนิยายเองก็ตาม แต่เป็นเรื่องจริงของผู้เขียน

การผจญภัยแบบเดี่ยว

เดี่ยวแต่มีโชคเยอะ

(ss2 ep16 read it and weep)   เป้าหมายของแดริ่งในการผจญภัยครั้งนี้คือรูปปั้นไพลินในวิหารโบราณ

เธอพยายามค้นหามาหลายวันแต่ก็ไม่เจอ จนวันหนึ่งได้ออกไปตามหาเหมือนเคย  แดริ่งได้สำรวจต่อไปเรื่อยๆ

จนในที่สุดเธอก็ค้นพบวิหารโบราณที่ตามหา แดริ่งเข้าไปอย่างใจกล้าและฝ่าอุปสรรคสิ่งกีดขวางมากมายที่จะคอยปลิดชีพเธอ

แดริ่งดูกับภารกิจเพื่อหินไพลิน

ตลอดเวลาถ้าทำพลาด และแล้วก็ได้เจอรูปปั้นไพลิน เธอจึงหยิบมันและรีบเผ่นออกมา เมื่อหนีออกมาได้ก็เผชิญหน้ากับ อฮุลิโซทล สิ่งมีชีวิตชนเผ่าที่ลักษณะคล้ายสุนัข ผู้เป็นเจ้าของรูปปั้นไพลิน มันได้จับเธอขังไว้ในห้องกับดักและแย่งรูปปั้นไพลินกลับมา

ในห้องกับดัก ตัวแดริ่งเองก็ถูกมัด รอบๆนั้นมีกับดักมากมายที่กำลังพาความตายมาหาเธอ เมื่อกับดักทำงานเธอได้คาบหมวกพร้อมโยนไปยังคันโยก ด้วยสาเหตุที่อาจมีโชคมาก ทำให้โยนถึงตัวคันโยก กับดักจึงหยุดทำงาน ไม่รอช้าเธอจึงรีบบินแย่งรูปปั้นไพลินจากอฮุลิโซทลที่กำลังหลงระเริงดีใจอยู่ พร้อมบินหนีไป หลังเขียนกับตีพิมพ์เสร็จ หารู้ไม่ว่าการผจญภัยครั้งนี้นั้นจะกำลังไปเปลียนชีวิตของเธอในเวลาต่อมา

เดี่ยวได้เพื่อน

(ss4 ep4 daring don’t)

1 ปีต่อมา มีโพนี่นามว่า ดร.คาบาเรลอน ได้มาหาแดริ่ง ดู และขอที่จะเป็นคู่หูร่วมผจญภัยกัน แต่ตัวแดริ่งเองนั้นปฏิเสธเพราะไม่อยากมีเพื่อน ทำให้คาบาเรลอนโกรธเป็นอย่างมาก และคิดที่จะมาแก้แค้น เขาได้ทำสัญญากับ อฮุลิโซทล ว่าจะขายวงแหวนแห่งโชคชะตาที่แดริ่งมีอยู่ 

อฮุลิโซทลยอมตกลงซื้อ ที่อฮุลิโซทลตกลงก็เป็นเพราะว่าวงแหวนแห่งโชคชะตานั้นเมื่อนำไปทำพิธีกรรมแล้ว จะทำให้สามารถยึดครองวิหารแห่งทาโลแคนได้อีก 8 ศตวรรษ แต่ต้องแลกมาด้วยพื้นที่โดยรอบต้องลุกเป็นไฟ  

แดริ่ง ดู ที่รู้ทัน จึงรีบซ่อนมันอย่างมิดชิด ทำให้หนังสือเล่มใหม่เลทไป 2 เดือน ตัดมาที่โพนี่วิลล์เมื่อเรนโบว์ แดช FC พันธุ์แท้ทราบว่าหนังสือเล่มใหม่ต้องรออีก 2 เดือน ทำให้เธอคิดแผนการแปลกๆออกคือการไปช่วยเอเค เยียร์ลิ่งแต่ง เธอพาเพื่อนทั้ง 5 มายังที่อยู่ของเอเค เยียร์ลิ่งด้วย แต่พบว่าเอเคดูลุกลี้ลุกลนมาก ขณะเดียวกันคาบาเรลอนได้บุกมาหาแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้เกิดการแบทเทิลกัน ขณะที่สู้อยู่ชุดนักเขียนก็ได้หลุด ทำให้แดชรู้ว่าเอเค เยียร์ลิ่งคือแดริ่ง ดู ตัวจริง การต่อสู้นั้นแดริ่งพ่ายแพ้และคาบาเรลอนได้เอาวงแหวนไป แดชอยากที่จะช่วย แต่แดริ่งปฏิเสธ แดชเลยตามแดริ่งไปเรื่อยๆและพบว่าเธอกำลังปลอมตัวเอาวงแหวนจากคาบาเรลอนคืน ขณะนั้นเองอฮุลิโซทลได้ปรากฎตัวขึ้นทำให้คาบาเรลอนตกใจกลัวหนีไป แดริ่งได้ต่อสู้กับอฮุลิโซทล เมื่อใกล้จะชนะ เรนโบว์ดันบอกว่าเธอทำหมวกหล่น แด

แดริ่งดูกับวงแหวนแห่งโชคชะตา

ริ่งจึงถูกเบี่ยงเบนความสนใจและทำให้แพ้ อฮุลิโซทลได้นำแดริ่งมายังวิหารพร้อมจับขัง และเริ่มประกอบพิธีกรรม โชคดีที่แดชและผองเพื่อนมาทัน พวกเขาได้ช่วยแดริ่ง กับยับยั้งพิธีกรรมได้สำเร็จ ทำให้ตัววิหารนั้นพังทลายพร้อมมีอฮุลิโซทลตะโกนว่าจะกลับมาแก้แค้น แดริ่ง ดูได้ปรับความเข้าใจกับเรนโบว์แดชและยอมเป็นเพื่อนกันในที่สุด พร้อมทำความรู้จักกับเพื่อนๆของแดช หลายวันถัดมาแดริ่ง ดูได้ออกหนังสือเล่มใหม่มีชื่อว่า DARING DO and the ring of DESTINY โดยในเนื้อเรื่องนั้นมีเรนโบว์แดชอยู่ด้วย

การผจญภัยแบบทีมกับคู่

ได้ hater เป็นเพื่อน

(SS6 EP13 stranger than fan fiction

1 ปีต่อมา แดริ่ง ดูในร่างนักเขียนหรือเอเคเยียร์ลิ่งได้เข้านิทรรศการรวมพลแฟนๆแดริ่งดู สาเหตุที่เข้าไปนั้นก็เพื่อมาปกป้องวัตถุโบราณที่เธอเก็บไว้คือ เครื่องรางแห่งคาลูแคน จากดร.คาบาเรลอนที่จะมาขโมยมันเพื่อนำไปปลดล็อคสมบัติในวิหารโบราณและนำมาขาย คาบาเรลอนได้ลักพาตัวเรนโบว์แดชกับควิบเบิลแพนท์ผู้เป็นคนเกลียดเนื่อเรื่องเล่มหลังๆเพราะหาว่ามันไม่เมคเซนส์ ที่อยู่ในงานมาที่ป่าเพราะคิดว่าพวกเขารู้ว่าเครื่องรางแห่งคาลูแคนอยู่ไหน มันก็ไม่แปลกที่พวกเขา

แดริ่งดู แดช กับ ควิบเบิล

ไม่รู้ ดังนั้นคาบาเรลอนจีงจับมัดแทน ทันใดนั้นเองแดริ่งดูได้มาช่วยและใส่เดี่ยวคาบาเรลอนจนเขาหนีไป แดริ่งพาพวกเขาผจญภัยมายังที่วิหารที่มีวัตถุโบราณราคามหาศาลและได้ใช้ตัวเครื่องรางเปิดห้องที่เก็บมันไว้ พร้อมได้นำสมบัติกับวัตถุโบราณในนั้นมาไว้ที่พิพิธภัณฑ์เพื่อป้องกันไม่ให้คาบาเรลอนมาขโมยอีก ควิบเบิลได้เข้าใจถึงโลกแห่งความจริงว่าถึงแม้สิ่งที่เราดู อ่าน แล้วคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันก็อาจเป็นไปได้เช่นกันถ้าเราไม่เห็นกับตาและลองด้วยตนเอง เขายังได้กลายเป็นเพื่อนตัวที่ 7 ของแดริ่งดูอีกด้วย

ความกลัวที่ไม่กล้าเปิดเผย

(friend forever #32) หลายๆเดือนต่อมาแดริ่งดูได้รู้ว่าคาบาเรลอนกำลังวางแผนจับตัวแมงมุมแผนที่(map spider ลายของมันนั้นเป็นแผนที่ที่พาไปยังอาณาจักรโบราณ)เพื่อที่จะนำทางไปยังสมบัติในอาณาจักรโบราณที่เคยปกครองโดยราชินีพาลาโบลา  เธอได้ขอเรนโบว์แดชมาช่วยด้วยแต่ดันไม่ว่าง เรนโบว์แดชบอกสั้นๆว่าให้พาฟลัทเทอร์ชายไปแทนเพราะเธอรู้เรื่องสัตว์เป็นอย่างดี แดริ่งไม่รอช้าได้ไปหาฟลัทเทอร์ชายยังบ้านและขอให้ไปกับเธอ ฟลัทเทอร์ชายยอมไปพร้อมความกลัวการออกผจญภัย เมื่อไปถึงยังป่าที่มีแมงมุมแผนที่ ฟลัทเทอร์ชายได้หยิบตัวแมงมุมนั่นมาตัวหนึ่งแต่แดริ่งดูไม่กล้าหยิบเลยบอกฟลัทเทอร์ชายว่าเธอแพ้แมงมุม จากนั้นทั้งคู่ได้เดินทางไปยังอาณาจักรโบราณ เมื่อมาถึงตัวปราสาทในอาณาจักรทั้งคู่ได้พบกับอฮุลิโซทลอีกครั้ง มันบอกว่ามันได้ร่วมมือกับคาบาเรลอนในการกำจัดแดริ่งดูที่คอยขวางทางการเอาสมบัติไปตลอดเวลา มันได้จับมัดทั้งคู่กับหินและโยนไปยังหลุมลึกทำให้ทั้งคู่ตกลงไป โดยที่ยังมีแมงมุมแผนที่อยู่กับตัว แดริ่งได้สารภาพกับฟลัทเทอร์ชายว่าเธอนั้นกลัวแมงมุมไม่ได้แพ้ พร้อมยังบอกอีกว่าฟลัทเทอร์ชายกล้าหาญมากที่มากับเธอ ทั้งๆที่กลัวการผจญภัย ฟลัทเทอร์ชายได้ปลอบแดริ่งดูว่า ความกล้าหาญนั้นไม่ได้หมายถึงการไม่กลัวสิ่งใดแต่มันหมายถึงการเผชิญหน้ากับสิ่งที่เรากลัวต่างหาก แดริ่งดูเมื่อได้ฟังดังนั้นเธอจึงคิดแผนออก เธอยอมให้แมงมุมแผนที่ที่ยังอยู่กับตัวไต่ตัวเองให้ไปกัดเชือก เมื่อเชือกขาด ทั้งคู่ได้บินออกมาจากหลุมและได้ยินคาบาเรลอนกับอฮุลิโซทลเจรจาเรื่องแบ่งสมบัติกันอยู่ ทั้งคู่คิดแผนออก เมื่อได้โอกาสแดริ่งได้เบี่ยงเบนความสนใจทั้งสอง ขณะเดียวกันฟลัทเทอร์ชายได้เปิดลังที่มีแมงมุมแผนที่อยู่ในนั้นมากมายหลายลัง ทำให้มีแมงมุมเกลื่อนไปทั่วปราสาท 

คาดไม่ถึง คาบาเรลอนกลัวแมงมุมจึงได้รีบเผ่น ส่วนอฮุลิโซทลที่ไม่กลัว ถูกเสาที่แดริ่งดูทำให้ล้มฟาดที่หัวจนสลบ แดริ่งดูกับฟลัทเทอร์ชายได้ปรับความเข้าใจกันและนำสมบัติในปราสาทมาเก็บไว้ยังพิพิธภัณฑ์เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครมาขโมย

ถูกใส่ความจนเกือบลาออก

(ss7 ep18 daring done)

วันหนึ่ง แดริ่งได้ไปยังเมื่องซอมนัมบูลา และได้ไปพักผ่อนที่นั้นคืนหนึ่ง เช้าต่อมาอยู่ดีๆชาวบ้านในเมืองนั้นพยายามที่จะไล่แดริ่งดูออกไปด้วยสาเหตุที่ขโมยวัตถุโบราณและทำลายรูปปั้นวีรสตรีของเมือง แดริ่งที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็งง

แดริ่งที่หมดหนทางก็ได้ออกจากเมืองไปและยอมแพ้ไม่อยากออกไปผจญภัยอีกเนื่องจากสูญเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก จึงประกาศว่าเอเคเยียร์ลิ่งขอเกษียณจากการเขียนนวนิยายมาหลายปี ตัดมาที่โพนี่วิลล์ เรนโบว์แดชกับพิ้งกี้พายที่กำลังอ่านข่าวอยู่ก็รู้สึกช็อคกับสิ่งนี้ โดยเฉพาะเรนโบว์ เรนโบว์ที่มีอารมณ์ประหลาดใจได้รีบไปยังบ้านของแดริ่งดูโดยมีพิ้งกี้ตามมา

แดริ่งดูที่กำลังท้อแท้กับชีวิต

เมื่อมาถึง แดริ่งได้อธิบายกับแดชว่าทำไมเธอถึงเกษียณ เรนโบว์แดชที่เต็มไปด้วยใจฮึกเหิมบอกกับแดริ่ง ว่าอย่ายอมแพ้ เรายังไม่รู้ว่าทำผิดจริงรึปล่าว ลองไปดูก่อน ทั้งสามได้ไปยังเมืองซอมนัมบูลาและค้นพบว่าเป็นเรื่องจริง ชาวเมืองรู้สึกโกรธแค้นแดริ่ง ดู เป็นอย่างมาก เมื่อทั้งสามสืบไปเรื่อยๆก็พบว่าที่จริงแล้วเป็นฝีกีบของ   ดร.คาบาเรลอนเองที่เป็นตัวการและใส่ความแดริ่งดู คาบาเรลอนได้จับตัวเรนโบว์แดชไปยังพีระมิดที่มีกับดักลักษณะแบบน้ำกรดจะขึ้นมาเรื่อยๆ แดริ่งของเรานั้นได้เข้ามาช่วยทันเวลาพอดี และเมื่อหนีออกมาได้ ทั้งสามได้เปิดโปงความจริงทุกอย่าง และชาวเมืองก็ได้เห็นคาบาเรลอนที่กำลังขนย้ายสมบัติของเมืองนี้อยู่กับตา ไม่รอช้าชาวเมืองได้ไล่คาบาเรลอนออกไปและเอาสมบัติคืน คาบาเรลอนได้รีบหนีและตะโกนว่า แกจะต้องชดใช้สิ่งนี้ แดริ่งดู!  แดริ่งดูได้ขอบใจเรนโบว์แดชและพิ้งกี้พายที่ได้กอบกู้ชีวิตของเธอ และได้กลับมาเขียนนิยายต่อ

จุดจบของเรื่องราว

(ss9 ep21 Daring doubt)

  1 ปีต่อมา ดร.คาบาเรลอนได้จัดจำหน่ายนิยายแดริ่งดูของตัวเอง แต่ตัวเนื้อหา เขียนเกี่ยวกับความลับและความชั่วของแดริ่งดูกับให้คาบาเรลอนเป็นตัวเอก ทำให้แฟนๆของแดริ่งดูได้ถามถึงหนังสือเล่มนี้ว่าทำไมแตกต่างจากเล่มก่อนๆ แดริ่งดูปวดหัวได้ไม่นานก็ถูกเรียกจากเรนโบว์แดชให้ไปช่วยฟลัทเทอร์ชายที่กลายเป็นผู้ที่ถูกได้รับคัดเลือกจากคาบาเรลอนให้ไปผจญภัย เมื่อทั้งสองมาถึงที่วิหารตูนาตู ซึ่งเป็นที่ๆคาบาเรลอนกับฟลัทเทอร์ชายกำลังผจญภัยอยู่ ปรากฎว่าฟลัทเทอร์ชายกับคาบาเรลอนกลายเป็นเพื่อนกันเฉย และยังได้รู้อีกว่าอฮุลิโซทลเป็นผู้พิทักษ์แห่งอาณาจักร เทกโนทิแลน ซึ่งเป็นที่ๆแดริ่งดูไปเอาวัตถุโบราณมาตลอดๆ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำไมอฮุลิโซทลจึงคอยแก้แค้นแดริ่งดูนั่นเอง  แดริ่งที่รู้สึกว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ร้ายซะเอง จึงขอโทษคาบาเรลอนและอฮุลิโซทล กลายเป็นว่าอดีตตัวร้ายทั้งสองนั้นให้อภัยเฉย นั่นก็เพราะพวกเขาได้

GOOD ENDING

เรียนรู้พลังแห่งมิตรภาพจากฟลัทเทอร์ชาย  ในที่สุดทั้งสามได้ตกลงกันว่าให้คาบาเรลอนมาคู่หูกับแดริ่งดู ส่วนอฮุลิโซทลเป็นเลขาฯ และเกิดเป็นซีรี่ย์แดริ่งดูเรื่องใหม่ที่จะมีคู่หูออกมาด้วยทุกเล่ม จบตำนานนักเขียนไดอารี่แล้วเอามาขาย 

นิสัยโดยส่วนตัว

แดริ่งดู เป็นนักสำรวจที่มีไหวพริบ ใจที่มุ่งมั่น และนิสัยอันห้าวหาญ เธอมีสติปัญญาเป็นเลิศและใช้ไหวพริบในการแก้ปัญหา อย่างไรก็ตามด้วยความสามารถอันเก่งกล้านี้ ทำให้เธอไม่อยากมีคู่หูคู่เฮหรือทีมเพราะคิดว่าการทำงานมากกว่าคนเดียวนั้นจะทำให้เกิดปัญหามากกว่าผล และมีคำคมประจำตัวเองคือ ห้ามไว้ใจใครก็ตามถึงแม้จะดูเป็นมิตรและสดใส แต่แท้จริงแล้วตัวเธอเองนั่นแหละที่ใช้ไหวพริบไม่เป็นในการสามัคคีกับคนอื่น ด้วยนิสัยแบบนี้เองทำให้เป็นคนกำเนิดศัตรูด้วยตัวเองนั่นก็คือดร.คาบาเรลอน ส่วนสาเหตุที่เธอไม่ไว้ใจใคร นั่นอาจจะเป็นเพราะประสบการณ์ในการผจญภัยที่เธออาจจะเคยไว้ใจคนอื่นแต่กลับถูกหักหลังทิ้ง แต่พอได้ผจญภัยร่วมกับเรนโบว์แดช เธอก็ได้เรียนรู้ถึงพลังมิตรภาพ นั่นก็คือ

ฉันอยากลุยเดี่ยวมากกว่า

คนเราอยู่คนเดียวในโลกนี้ไม่ได้ อย่างน้อยต้องมีเพื่อนที่ไว้ใจสักคน นอกจากนี้เธอยังมีความรู้สึกเครียดอีกด้วย ดั่งที่เห็นในตอน Daring Done ที่ถูกใส่ร้ายว่าเป็นคนทำลายทรัพย์สินเมืองซอมนัมบูลา จนถึงขั้นต้องประกาศเลิกเขียนนิยาย และยังมีจิตใจยอมรับตวามผิดดั่งที่เห็นในตอน Daring Doubt ที่เธอเพิ่งรู้ตัวว่าศัตรูทั้ง 2 ของเธอนั้น กำเนิดมาจากตัวเธอเองล้วนๆ

แดริ่งดูก็มีความกลัวด้วยเช่นกัน เธอกลัวแมงมุมหรือเป็น โรคอราคโนโฟเบีย ในคอมมิค Friend Forever #32

ทักษะและความสามารถ

แดริ่งดูมีประสบการณ์ในการผจญภัยมานับไม่ถ้วน ทำให้เธอรู้แนวกับดักและปริศนาเกือบทั้งหมด เก่งกาจเรื่องเอาตัวรอด มีไหวพริบและฉลาดเป็นอย่างมาก  (มีโชคเยอะด้วย) แม้จะปีกหักแต่ก็ไม่ท้าถอย ไม่กลัวตายยอมเสี่ยงทุกสถานการณ์เพื่อให้ได้เป้าหมาย นอกจากนี้แล้วยังเก่งในด้านวรรณคดี ประวัติศาสตร์ และการประพันธ์นิยายอีกด้วย

การปรากฎตัว

ในซีรีย์

ss2 EP 16 Read It And Weep  เป็นกึ่งตัวหลักของตอนนี้ ปรากฎเป็นภาพในหัวของแดชที่กำลังอ่านนิยายแดริ่งดู

ss2 EP 18 A Friend in Deed   ปรากฎเป็นหนังสือที่เรนโบว์แดชกำลังอ่านอยู่ในห้องสมุดของทไวไลท์

ss3 EP  3  Too Many Pinkie Pies  ปรากฎเป็นหนังสือที่เรนโบว์แดชกำลังอ่านอยู่  (อีกแล้ว)

ss4 EP  4  Daring Don’t         เป็นตัวหลักของตอนนี้ ใช่ผมสปอยตอนนี้แล้วตรงประวัติ

ss4 EP  21 Testing Testing 1,2,3  ปรากฎเป็นคำบ่นของทไวไลท์ที่บ่นใส่แดชว่า “ฉันคิดว่าเธอคงเป็นโพนี่ตัวเดียวที่ อ่านหนังสือแดริ่งดูได้เกือบทั้งวันละมั้ง”

ss4 EP  22  Trade Ya!             ปรากฎเป็นหนังสือ(อีกและ)ฉบับลิมิเทตอิดีชั่นของนักสำรวจในเมือง เรนโบว์ฟอล ที่ เรนโบว์แดชกำลังจะไปแลก                                            

ss5 EP 3    Castle Sweet Castle ปรากฎเป็นโปสเตอร์ที่เรนโบว์แดชไปแปะที่ปราสาทของทไวไลท์

ss5 EP 5    Tanks for the Memories  ปรากฎเป็นหนังสือที่เรนโบว์แดชอ่านกับแทงค์ สัตว์เลี้ยงของเธอในฉากก่อนขึ้น เครดิต

ss6 EP 11   Flutter Butter           ปรากฎเป็นหนังสือที่เรนโบว์แดชกำลังอ่าน ขณะที่ฟลัทเทอร์ชายกำลังบ่นเรื่องน้อง ของเธออยู๋และปรากฎเป็นรูปภาพในกระเป๋าเงินของพิ้งค์กี้

ss6 EP 13   Stranger Than Fan Fiction  เป็นตัวหลักของตอนนี้ เนื้อเรื่องของตอนก็เขียนไว้ในประวัติแล้ว

ss7 EP 10   A Royal Problem      ปรากฎเป็นฝันที่อยู่ในฟองสบู่ ในฉากที่เซเลสเทียดูฝันของโพนี่ทุกตัวในเอเควสเทรีย

ss7 EP 14   Fame and Misfortune  ปรากฎเป็นคำพูดของเรนโบว์แดชที่บอกถึงตอนที่ บันทึกมิตรภาพกับแดริ่งดู เมื่อ นานมาแล้วและถูกกล่าวถึงโดยเด็กๆที่กำลังอ้อนวอนแดช ให้เล่าเรื่องราวแดริ่งดู

ss7 EP 18   Daring Done?            เป็นตัวหลักของตอนนี้ และผมก็สปอยไปแล้วในประวัติ

ss7 EP 25   Shadow Play Part 1    ปรากฎเป็นตัวประกอบ ที่กำลังช่วยชาวเมืองซอมนัมบูลาดูดทิ้งเมือกสีเขียวลงท่อ (เอาน่าอย่างน้อยก็มีบท)

ss8 EP 17   The End in Friend       ปรากฎเป็นหนังสือที่เรนโบว์แดชแลกกับแรริตี้ เพื่อลองอ่านหนังสือที่แต่ละคนชอบ

SPECIAL    Best Gift Ever             ปรากฎเป็นหนังสือที่ฟลัทเทอร์ชายกำลังแผน ที่จะซื้อในเมือง เรนโบว์ฟอล

ss9 EP 6      Common Ground       ถูกเอ่ยถึงโดยเรนโบว์แดช 2 ครั้ง ขณะที่กำลังคุยกับควิบเบิลแพนท์

ss9  EP 16   A Trivial Problem       กลายเป็นคำถามแฟนพันธุ์แท้ที่ถามเรนโบว์แดชว่า หมวกของแดริ่งดูมีรูกี่รู  และเรนโบว์แดชก็ตอบถูกต้องคือ 20 รู

ss9 EP 21   Daring Doubt               เป็นตัวหลักของตอนนี้ ก็เช่นเคย สปอยไว้แล้วตรงประวัติ และเป็นตอนสุดท้าย ที่เป็นตัวเด่น

ss9  EP 26  The Last Problem        แดริ่งดูได้เข้าร่วมงานราชาภิเษกของทไวไลท์ และเป็นตัวประกอบ

สรุปคือ ปรากฎตัวทั้งหมด 20 ตอน มีเพียง 5 ตอนที่เป็นตัวหลัก แหมะ ออกมาน้อยจริงๆ

ใน เอเควสเทรียเกิร์ล

ภาค เรนโบว์รอค                  มีฉากนึงตอนต้นเรื่อง สไปค์กำลังอ่านนิยายแดริ่งดูอยู่

แดริ่งดูในโลกมนุษย์

Dance Magic                     เป็นฉากที่เรนโบว์แดชคิดคอนเซปต์ MV ของแรริตี้ เป็นผจญภัยแนวแดริ่งดู

Movie Magic                      แดริ่งดูจากนิยายถูกดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์เฉย แต่คนที่หน้าเหมือนแดริ่งดูคนนั้น (ความจริงก็ไม่เหมือนหรอก) เป็นแค่นักแสดง ไม่ใช่แดริ่งดูตัวจริง

Mirror Magic                      ในที่สุด หนังแดริ่งดูก็ใกล้ออกฉายแล้ววว และก็ ปรากฎ เป็นโปสเตอร์ในหน้าโรงหนัง 

Summertime Short 

EP 12 Leaping Off the Page  เป็นหนังสือที่เรนโบว์แดชกำลังอ่านอยู่ทั้งตอน และในฉากก่อนตัดจบ เราจะได้เห็น แดริ่งดูในโลกมนุษย์ตัวจริง (ซึ่งก็ไม่ได้ต่างอะไรกับโลกม้าเลย คือหน้ากับผมเหมือนเป๊ะ)

EP 11 The Canterlot Movie Club คิ้วตี้มาร์คครูเซเดอร์ได้ซื้อตั๋วไปดูหนัง แดริ่งดู ที่พึ่งจะออกฉาย

Better Together

SS1 Ep 22 The Last Day of School  เรนโบว์แดชขอให้ อาจารย์เชีย์ลิลลี เปิดหนังแดริ่งดูในห้องเรียน 

ซึ่งอาจารย์แกก็เปิดให้ (ไม่ใช่แกเข้าเว็บ SAK 68 นะ เดี๋ยวๆ มันไม่ใช่ที่ไทยนี่หว่าจะเจอได้ไง)

SS2   ปรากฎตัวเป็นโปสเตอร์ในล็อคเกอร์ของเรนโบว์แดช ในตอน Run to Break Free และ Sock It to Me

Holiday Unwrapped      ปรากฎเป็นแผ่นกระดาษในห้าง

ในคอมมิค

FIM issue #1     ในหน้า 22 เรนโบว์แดชเอ่ยถึงแดริ่งดูว่า “ฉันรู้สึกเหมือนแดริ่งดูจังเลย โพนี่ที่รักการผจญภัย และบัดนี้ ขอปิดการผจญภัยณ ที่นี้”

Micro-Series #1 ในหน้า 6 ทไวไลท์บอกเจดซิงเกอร์ว่า “ฉันเนี่ยอ่านหนังสือมาเกือบทุกเล่ม และฉันก็อ่านแดริ่งดูกับ ภารกิจแห่งหินไพลินด้วยนะ”

FIM issue #6      มีตัวรูปปกนึง ที่เป็นเรนโบว์แดชใส่ชุดคล้ายๆแดริ่งดูผจญภัยในป่าลึกกับสกูตาลู

หน้าปกหนึ่งในเล่มที่ 16

FIM issue #7      หน้า 10 เรนโบว์แดชได้พึมพำว่า “แหม่....อยากให้แดริ่งดูมาช่วยเราออกจังเลย เธอก็จะมาพร้อมกับ ระเบิดและก็ตูมๆๆ และพวกเราก็ออกมาจากที่คุมมขังในดวงจันทร์ได้” 

FIM issue #10     หน้า 6 มีงานขบวนพาเรด ที่มีลูกโป่งยักษ์เป็นแดริ่งดู 

Micro-Series #9   ในหน้าที่ 1,2,3 สไปค์อ่านหนังสือแดริ่งดูอยู่

FIM issue #15      ได้ขึ้นปก 2 ปก

เล่มนี้เป็นตัวสมทบ ซึ่งมันก็ไม่ใช่แดริ่งดูตัวจริงหรอก แต่ว่าเป็นตัวละครที่ถูกเสกให้ออกมาจากหนังสือ

FIM issue #16      เล่มนี้ต่อจากเล่มที่แล้ว แดริ่งดูได้ช่วยเอเจ ฟลัทที และสไปค์จากตัวร้ายที่ออกมาจากหนังสือ ก่อนที่ จะถูกดูดเข้าไปในหนังสือของตัวเอง 

FIM issue #19    หน้า 3 มีโน๊ตแผ่นนึงที่ทไวไลท์เขียนไว้ว่า แดริ่งดูในโลกนี้ชื่อว่า เบรฟเวอรี่ บลูงั้นหรอ?!?

Friend Forever #9  แดริ่งดูปรากฎในหน้า 3 ทางด้านซ้ายของหน้า

FIM issue #28       หน้า 5 มีหนังสือเล่มนึงที่ชื่อเล่มว่า แดริ่งดูกับความลับของไฮคอเลสเทอรอลเทส

FIendship is magic #5   หน้า 1,2,17,18,22 มีหนังสือที่ชื่อเล่มว่า แดริ่งดูกับตำนานศิลป์ที่สาบสูญ

FIM issue #41      เอเคเยียร์ลิ่งออกหนังสือแดริ่งดูเล่มใหม่ ทำให้ชาวเมืองโพนี่วิลล์แห่ไปซื้อกันยกใหญ่

Friend Forever #32  เป็นตัวหลักของเล่มนี้ ซึ่งก็สปอยไปแล้วตรงประวัติ

FIM issue #61       หน้า 2 ช่องที่ 3 มีป้ายจอดเรือบินที่ชื่อว่า แดริ่งดูลอท

FIM issue #71        หน้า 3 แดริ่งดูมางานไนท์แมร์ไนท์ด้วย และก็ดันตกใจผีผ้าห่มซะงั้น

Transformer #1      มีช่องนึงที่ควิบเบิลแพนท์อ่านหนังสือ แดริ่งดูฟีทพาวเวอร์โพนี่

สรุปคือโผล่มา(ก็ไม่เชิงนะ) 18 เล่ม เป็นตัวหลักแค่เล่มเดียว

นิยาย

Twilight and the crystal heart spell  

ในตัวนิยายบางส่วนกล่าวถึงแดริ่งดูดังนี้

“ทไวไลท์ที่พึ่งเป็นเป็นอลิคอร์นต้องไปพบปะกับฝูงชน เธอรูสึกประหม่ามากและกลัวที่จะไป สไปค์ด้วยความเป็นห่วง จึงหยิบหนังสือแดริ่งดูที่มีชื่อเล่มว่า “แดริ่งดูกับการเดินทางสู่หอคอยแห่งฝันร้าย” เขาได้อ่านเรื่องราวในตอนที่แดริ่งดูพา ศาสตราจารย์ เอ บี เรเวนฮูฟ เผชิญหน้ากับความกลัว ให้ทไวไลท์ฟัง ทไวไลท์ที่ได้ฟังเรื่องราว อยู่ดีๆก็ใจกล้ายอมต่อสู้กับความกลัว”

มีอีกช่วงนึงที่กล่าวถึงแดริ่งดูดังนี้ เรนโบว์แดชกับจิตวิญญาณแห่งแดริ่งดู

“เรนโบว์แดชเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแดริ่งดูเลยล่ะ เมื่อไหร่ก็ตามที่แดริ่งดูออกตอนใหม่เธอก็จะรีบไปซื้อและอ่านจบภายในวันเดียว แดชนับถือแดริ่งดูเป็นไอดอลและตั้งชื่อตัวเองเล่นๆว่า แดริ่งแดช เธออยากทำเรื่องบ้าบอทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเธอใจกล้าเหมือนแดริ่งดู เช่น ไต่เชือก กินพริกที่เผ็ดที่สุด หรือไม่ก็ลองดีเข้าไปในยุ้งสางที่ถูกทิ้งร้าง แต่ว่าเมื่อซีโกราขอให้เรนโบว์แดชช่วยหยิบส่วนผสมที่อยู่ในป่าลึกอันแสนน่ากลัว เธอก็ยังยอมเข้าไปแม้เพื่อนๆจะห้ามก็ตาม ว่าแต่ว่าแดริ่งดูกล้าหาญมากเลยรึ”    

The Daring Do Adventure Collection

แดริ่งดูยังมีนิยายเป็นของตัวเองที่ถูกจัดจำหน่ายเองด้วย สำหรับคนที่ชอบอ่านอินเดียนาโจนส์และชอบโพนี่(เสียดาย ไม่มีขายที่ไทย) มี 3 เล่ม มีลิสดังต่อไปนี้

ปกของแดริ่งดูกับนครเมฆาต้องห้าม

  • แดริ่งดูกับโจรแห่งมาลาโปร์
  • แดริ่งดูกับนครเมฆาต้องห้าม
  • แดริ่งดูกับบุปผาอันนิรันด์

ออกจัดจำหน่ายเมื่อ วันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ.2014 เขียนโดยเอเคเยียร์ลิ่ง(ไม่ใช่และ)แต่จริงๆแล้วเขียนโดย คุณ จี เอม เบอโรว์  โดยเนื้อหาเนี่ยจะเป็นเรื่องราวเพิ่มเติมแต่ก็ไม่มีอะไรมากแค่ใส่เนื้อเรื่องเพิ่มเติมให้มีสีสัน เนื้อหาบางฉากก็ถูกกล่าวถึงในซีรีย์ด้วย ดังนั้นยืนยันได้เลยว่า canon ทุกเล่มมีหน้าเกี่ยวกับผู้เขียนของเอเคเยียร์ลิ่งด้วย ซึ่งมันเขียนไว้ว่า “นิยายแนวผจญภัยที่ติดลิสในหนังสือขายดีในเอเควสเทรียนำแสดงโดย แดริ่งดูผู้ไร้ความกลัว ถูกเขียนโดยดิฉันเอง ช่วงชีวิตของฉันหรอ ฉันจบปริญญาตรีสาขาวรรณคดีจากมหาวิทยาลัยพรานซีตอน หลังจากจบแล้วฉันก็ไปฝึกงานเป็นนักวิจัยที่หอจดหมายแห่งชาติแห่งสิ่งประดิษฐ์และสินธพวิทยาในกรุงแคนเทอลอท ช่วงนั้นเองที่ฉันเขียนหนังสือที่อ้างอิงมาจากการค้นพบดินแดนกริฟฟินโดยตัวฉันเอง มันถูกจัดจำหน่ายเมื่อหลายปีที่แล้วโดยมหาลัยเอเควกซ์เตอร์ ฉันไม่ชอบสุงสิงกับใครส่วนถ้ามีวันพักร้อนฉันก็ชอบออกมาเดินเล่นที่ชายทะเล นั่นแหละชีวิตของฉัน“    

Beyond Equestria: Rainbow Dash Right the Ship

แดริ่งดูได้ช่วยเรนโบว์แดช และกัปตันเซเลโน ค้นหาแร่โกเมนแห่งโชคลาภ

ตอนสั้น

Baby Flurry Heart’s Heartfelt Scrapbook

โผล่ในรูปภาพในตอน All About Alicorn,Land of Harmony และ The Magic of Friendship

Fundamentals of Magic

โผล่ในตอน Types of Magics และ Magical Objects

ในโซเชียลมีเดีย

ดิสคริปชั่นของ HubNetwork.com (ซึ่งเว็บถูกปิดไปนานแล้วเพราะทางบริษัทล้มเลิก)

แดริ่งดูผู้กล้าหาญและรักการผจญภัยเป็นตัวละครหลักในหนังสือโปรดของเรนโบว์แดช เธอผจญภัยทั่วทั้งเอเควสเทรีย เผชิญกับอันตรายต่างๆ ค้นพบวิหารโบราณมาแล้วไม่ถ้วน หารู้ไม่ว่าเอเคเยียร์ลิ่งผู้เขียนเรื่องนี้เป็นคนเดียวกับแดริ่งดู มันก็แปลกดีนะ เขียนไดอารี่แล้วเอามาขาย

ดิสคริปชั่นของตัวละครในเกม MLP Magic Princess

แดริ่งดู          เพกาซัสโพนี่ที่ตามล่าสมบัติ แดริ่งชอบผจญภัย ดุร้าย และปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่มีใครสามารถหยุดเธอได้อย่าง แน่นอน

เอเค เยียร์ลิ่ง   หนึ่งในนักประพันธ์ที่โด่งดังที่สุดในเอเควสเทรีย เอเคเยียร์ลิ่งคือนักเขียนของหนังสือชุดขายดี “แดริ่งดู”    ซึ่งรวมเรื่องสุดคลาสสิกอย่าง “ภารกิจเพื่อหินไพลิน” และ “ถ้วยของกริฟฟอน”

ในสารานุกรม

The Elements of Harmony Vol.II guidebook

แดริ่งดูหรือเป็นที่รู้จักกันว่าเอเคเยียร์ลิ่ง เธอเป็นทั้งตัวละครและนักประพันธ์ของนิยายชุดแดริ่งดู บางครั้งเธอก็เข้าร่วมงานนิทรรศการกับแฟนๆของเธอด้วย

ฉากล้อเลียน อินเดียนา โจนส์

ก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าแดริ่งดูมีต้นแบบมาจากอินเดียนาโจนส์ และนี่คือฉากล้อเลียนของมัน ส่วนใหญ่อยู่ในตอน Read it and Weep

  • ในฉากที่แสงแดดส่องเข้ามาที่ไพลิน เหมือนว่าจะล้อเลียนอินเดียนาโจนส์กับขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าอีกแล้ว ซึ่งเป็นฉากที่แสงแดดส่องเข้ามาที่คริสตัล โดยทั้งสองอย่างในสองเรื่องเป็นวัตถุโบราณที่ถูกตามหาอยู่เหมือนกัน
  • ในฉากที่แดริ่งดูต้องผ่านกับดักที่ต้องเหยียบพื้นตารางให้ถูกต้อง ก็เอาแบบมาจากอินเดียนาโจนส์ภาค ศึกอภินิหารครูเสดที่เป็นฉากที่ตัวละครต้องเหยียบพื้นตารางให้ถูกต้อง 
  • ฉากที่แดริ่งดูหยิบไพลินแล้วสับเปลี่ยนด้วยอย่างอื่นโดยทันทีทันใด ก็เอามาจากอินเดียนาโจนส์กับขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าอีกเช่นเคย เป็นฉากเดียวกันเป๊ะๆที่อินเดียนาหยิบรูปปั้นแล้วสับเปลี่ยนด้วยอย่างอื่นโดยทันที
  • อีกตอนนึง ชื่อตอนว่า Daring Don’t มันมีฉากนึงที่แดริ่งดูหยิบแส้ออกมาเหมือนกับเป็นอาวุธประจำตัวก็เหมือนกับอินเดียนาโจนส์ที่มีแส้เป็นอาวุธประจำตัว

การสร้างตัวละคร

แดริ่งดูเป็นชื่อที่ถูกดัดแปลงมาจาก “derring-do”(เดียริ่งดู) โดยคำๆนั้น เป็นภาษาอังกฤษแท้ที่หมายถึง การกระทำอันแสนกล้าหาญ ต่อมาการสร้างตัวแบบ ซึ่งความมักง่ายของทีมงาน จึงเอาโมเดลของเรนโบว์แดชมาแล้วเปลี่ยนสีผม สีผิว คิ้วตี้มาร์ค ใส่ชุด ทาดาเสร็จแล้ว เดี๋ยวๆไม่ใช่แค่ร่างกาย นิสัยก็ยังคล้ายคลึงกับเรนโบว์แดชอีกด้วย นั่นก็คือความกล้าหาญและไม่ยอมแพ้ โอเคเดี๋ยวมาดูว่าร่างกายนั้นปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง ผม เป็นทรงเดียวกันเลย แต่ทางทีมงานได้ใช้ฟิลเตอร์ขาวดำใส่ผมเรนโบว์แดช แล้วนำมาแปะใส่  สีตาก็เป็นสีเดียวกัน คิ้วตี้มาร์คก็เป็นเข็มทิศ 

อย่าลืมนะว่าแดริ่งดูมีชื่ออีกชื่อนึง นั่นก็คือ เอเคเยียร์ลิ่ง ชื่อนี้ก็มีที่มานะ เอเคเยียร์ลิ่งเป็นชื่อที่ล้อมาจาก “เจเคโรว์ลิ่ง” นักประพันธ์ชาวอังกฤษ ตรงคำว่า "เยียร์ลิ่ง" ในภาษาอังกฤษ คือคำที่ใช้เรียกม้าที่อายุ 1 ถึง 2 ปี

โอเคกลับมาฝั่งสตูดิโอบ้าง  ซินดี มอโรว์ ผู้เขียนบทบางตอนเคยกล่าวเอาไว้ว่า “จริงๆแล้ว ก่อนหน้านั้นเราเคยตั้งชื่อน้องว่า เบรฟเวอรี่บลู แต่ว่าก็ถูกตัดไป”  

ภาพล้อเลียนที่เปรียบเทียบว่าทั้งสองเหมือนกันขนาดไหน

และนี่....คือคำตอบว่าทำไมแดริ่งดูถึงเอาโมเดลของเรนโบว์แดชไปใช้  มันเคยมีคนไปถาม จิม มิลเลอร์ หนึ่งในทีมงาน แล้วเฮียแกก็ตอบว่า “ตอนแรกที่เราสร้างตัวละครนี่ขึ้นมา จะให้มันเป็นจิตนาการของเรนโบว์แดช ที่ให้มีโพนี่เหมือนตัวเธอนั้นดำเนินเนื้อเรื่อง แต่ตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดว่า มันจะโผล่ออกมามากกว่า 1 ตอน

ส่วนเสียงพากย์ภาษาอังกฤษ ให้เสียงโดยคุณ ชิอารา แซนนี

ส่วนเสียงไทย ยังไม่มีการเปิดเผย

ลักษณะการดีไซน์

ทุกคนก็รู้แหละว่าโมเดลก๊อปแดชมา  เดี๋ยวมาดูกันว่ามันมีการดีไซน์อย่างไร

สีตัวอาจจะเป็นสีที่อยู่ระหว่างสีกากี กับ สีเหลืองอไรด์ไลท์ ผมเป็นเฉดคล้ายๆเรนโบว์แดชแต่ว่าเป็นแบบขาวดำ ทรงผมก็ทรงเดียวกันกับเรนโบว์แดช สีตาก็เป็นสีเดียวกันกับแดช นั่นก็คือสีแดงราสเบอรี่ มาส่วนที่ไม่เหมือนกันบ้าง  คิ้วตี้มาร์ค คิ้วตี้มาร์คของแดริ่งดูเป็นเข็มทิศ โดยอาจจะสื่อถึงความสามารถในการสำรวจและผจญภัย เสื้อ เธอก็ใส่นะ เธอใส่เสื้อกั๊กสีมะกอกเข้มและใส่หมวกนักสำรวจ

และต่อมานี่คือการสวมใส่ของเธอในการปลอมเป็นนักประพันธ์    เธอปลอมตัวโดยการใส่ผ้าคลุมไหล่สีม่วง ใส่เสื้อโครช(เป็นเสื้อื่ผู้หญิงชาวฝรั่งเศสในยุค 20 นิยมใส่กัน)ใส่แว่นสีแดง และยังปกปิดว่าเป็นเปกาซัส

สินค้า

แดริ่งดู อยู่ในเซทของเล่น”ของสะสมอันเล็กจิ๋ว”ที่มี ทไวไลท์สปาคเกิลและเรนโบว์แดชพลังสายรุ้งอยู่ในเซทนั้นด้วย และยังมีของเล่นแบบเด็กผู้หญิง ที่สามารถให้หนูๆแปรงผมของแดริ่งดูได้ ถูกออกจำหน่ายตั้งแต่ปี 2015 เราก็เห็นกันบ้างแหละในไทยแต่ว่าเราจะเจอแค่พวกตัวเอก

ฟิกเกอร์ของตัวละครทั้งสาม

แดริ่งดูและเอเคเยียร์ลิ่งยังปรากฎในโปสเตอร์ที่ไว้โปรโมท ซีซันสองและสี่

ของเล่นแบบการ์ดสะสม แดริ่งดูอยู่ในหมายเลขที่ 28 พร้อมกับแมร์ดูเวล ด้านหลังของการ์ดก็มีชื่อของทั้งสอง และบอกว่าทั้งสองเป็นโพนี่ประเภทไหน และก็มีดิสคริปชั่นด้วย เอเคเยียร์ลิ่งอยู่ในการ์ดหมายเลข 152R และ f40 ที่มีองค์ประกอบเดียวกันดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

ในปี 2014 ฟิกเกอร์ของแดริ่งดูออกจัดจำหน่าย 

ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2017 ตุ๊กตาแดริ่งดูเวอร์ชันคนถูกออกจัดจำหน่ายในเซท “เอเควสเทรียเกิร์ลมินิ”

นิตยสาร อยู่ในเซท Signature My Little Pony Magazine

คำคม

ฉันดีใจนะที่รู้ว่า แม้พวกเธอจะทำสิ่งที่คิดว่ามันดี แต่เมื่อทำไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เธอทำไป

จากตอน Daring Done? พูดง่ายๆคือนางหมายถึง เมื่อเราทำอะไรลงไปแล้ว เราก็ต้องรับผิดชอบกับผลที่ตามมา

แกลเลอรี่รูปภาพ

เหมือนสวยน่ะ บ้าเอ๊ย

เพื่อไปดูรูปภาพ กดนี่ซะ

โน๊ต

  • สินค้าของแดริ่งดูบางชนิด บางประเทศ อาจใช้ชื่อเต็มของเธอ นั่นคือ แดริ่งดูแดซเซิล
  • บางคนที่ยังงงว่าชื่อจริงๆของนางที่ใช้คืออะไร เอเคหรือแดริ่ง? พวกเขาได้ไปถามทีมงาน 2 คน คนแรก เดฟ ปอยสกี เขาได้ตอบกลับในทวิตเตอร์ของเขาว่า "ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ตอนนี้สมองผมกำลังทำงานหนักอยู่นะเนี่ย เพื่อลองตอบคำถามนี้" คนที่สอง เอมี คีททิง โรเจอร์ "เธอได้ตอบกลับในบัญชีเว็บไซต์เดเวียนอาร์ทของตัวเองว่า ฉันคิดว่า เอเคเยียร์ลิ่งเนี่ยแหละ เป็นชื่อจริง มิใช่นามแฝงแต่อย่างใด" อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ก็ยังไม่มีการยืนยันชื่อจริงจากทางค่ายเลย

อ้างอิง

  • เว็บนี้เป็นการเรียบเรียงพร้อมใส่ข้อมูลเสริมจากเว็บไซต์ต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษที่เหล่าแอดมินฝั่งนั้น ได้หาข้อมูลมา อ่ะนี่ต้นฉบับ https://mlp.fandom.com/wiki/Daring_Do

Advertisement